ราเม็ง

posted on 12 Sep 2011 21:43 by gift--gift

        ราเม็ง (ญี่ปุ่น: ラーメン หรือ らーめん rāmen  ) เป็นบะหมี่น้ำของญี่ปุ่น ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ราเม็งมักจะทานคู่กับ เนื้อหมู สาหร่าย คะมะโบะโกะ ต้นหอม และบางครั้งจะมีข้าวโพด ราเม็งมีการปรุงรสแตกต่างกันตามแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่น เช่นในเกาะคีวชู ต้นกำเนิดของทงโคสึราเม็ง (ราเม็งซุปกระดูกหมู) หรือในเกาะฮกไกโด ต้นกำเนิดของมิโซะราเม็ง (ราเม็งเต้าเจี้ยว)

ในประเทศตะวันตก คำว่า "ราเม็ง" รู้จักในความหมายถึง บะหมี่สำเร็จรูป


ประวัติ

          ในประวัติศาสตร์มีบันทึกไว้ว่า โตกุงะวะ มิสึคุนิ ได้รับประทานราเม็งในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในช่วงยุคเมจิ ที่มาของราเม็งเชื่อว่ามาจากประเทศจีน ถึงแม้ว่าไม่มีประวัติศาสตร์บันทึกไว้แน่ชัด สมมุติฐานหนึ่งคือคำว่า "ราเม็ง" มาจากภาษาจีน "ลาเมียน" (拉麺) ที่มีความหมายถึง เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใช้มือนวด หรือคำอื่นๆ ที่ออกเสียงใกล้กัน เช่น 拉麺 老麺 鹵麺 撈麵

ในยุคเมจิ ราเม็งถูกเรียกว่า "ชินะโซบะ" (支那そば) ซึ่งหมายถึงปาล์มราเม็ง โซบะจีน ต่อมาชาวจีนได้เริ่มมีการขายราเม็งตามรถเข็นพร้อมกับขายเกี๊ยวซ่าพร้อมกัน และมีการเป่าคะรุเมะระเพื่อเรียกลูกค้า ซึ่งในปัจจุบันได้มีการอัดเป็นเทปเปิดแทน ราเม็งเริ่มเป็นที่นิยมในยุคโชวะ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แป้งราคาถูกจากสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาสู่ตลาดญี่ปุ่น และขณะเดียวกับที่ทหารญี่ปุ่นได้กลับมาจากการรบที่ประเทศจีน ทหารญี่ปุ่นได้คุ้นเคยกับอาหารจีนมาก่อนทำให้ราเม็งมีการขายได้ดียิ่งขึ้น

ชนิดของราเม็ง

              ราเม็งมีหลากหลายชนิดแตกต่างกันตามภูมิภาค โดยชนิดของราเม็งจะแบ่งตาม เส้นก๋วยเตี๋ยว เนื้อ และน้ำซุป สามอย่างนี้เป็นหลัก ตัวอย่างของราเม็ง ได้แก่

  • โชยุราเม็ง (ราเม็งซีอิ๊ว)
  • มิโซะราเม็ง
  • พลายราเม็ง
  • บันชูราเม็ง
  • ทะกะยะมะราเม็ง
  • โอโนะมิจิราเม็ง
  • จุ้ยราเม็ง
  • ปาล์มราเม็ง
  • ชาชูราเม็ง

Shoyu (醤油, basic soy sauce) ramen

Tokyo-style ramen

Asahikawa (旭川) ramen

Kumamoto (熊本) ramen, tonkotsu soup

Tsukemen (つけめん, "dipping ramen") #1

Onomichi (尾道) ramen

แบบฝึกหัด

posted on 17 Aug 2011 00:39 by gift--gift

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

           มัลติมีเดียคือการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมาย โดยการผสมผสาน สื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic)  ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะ เรียกว่า  มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia)   การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) หรือตัวชี้ (Pointer) การใช้มัลติมีเดียในลักษณะปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ หรือทำกิจกรรม รวมถึงดูสื่อต่าง ๆ ด้วยตนเอง  สื่อต่าง ๆ ที่นำมารวมไว้ในมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์ จะช่วยให้เกิดความหลากหลาย ชาน่าสนใจ และเร้าความสนใจ เพิ่มความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

 

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

            มีความสะดวกสบายกว่ากัน การเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่ายและอย่างกว้างขว้าง

 

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

           -  สร้างและจัดการสไลด์

           - จัดการกับข้อความและตกแต่งผลงาน

           - แทรกรูปภาพและอักษรประดิษฐ์

          - ใส่เอฟเฟ็คต์ให้เนื้อหา

          - แทรกรูป  ภาพยนตร์ และเสียง

 

4.การเชื่องโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

            การเชื่อมโยงภายในจะสามรถเชื่อมโยงได้เฉพาะภายในแหล่งข้อมูลเดียวกันแต่การ เชื่องโยงภายนอกคือการเชื่องโยงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมอีกได้

 

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

         โน๊ตบุ๊ค  โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์

 

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดที่สามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

             วีดีโอเพราะการนำเสนอข้อมูลแบบนี้จะทำให้เข้าใจเนื้อหาได้โดยง่ายมากยิ่ง ขึ้นทำให้สามารถเห็นภาพ และได้ยังเสียงในขณะที่ดูอยู่ด้วย

 

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

        การสร้างด้วยแม่แบบการออกแบบ(Design Template) สร้างสไลด์จากแม่แบบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint  ที่มีการออกแบบพื้นสไลด์ด้วยลวดลายต่าง ๆ ตลอดจนแบบอักษรและสีที่ใช้กับส่วนต่าง ๆ ในสไลด์ไว้แล้ว หรือจะใช้แม่แบบจากที่เราสร้างไว้ก็ได้

        1. ให้คลิกจากเมนู  File > New
        2. คลิกที่ On my computer (บนคอมพิวเตอร์ของฉัน)

        3. คลิกแท็บ Presentations ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
         4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ
         5. คลิกปุ่ม ok  
         6. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ไหน

  1. เปิดตัวอย่างงานนำเสนอในโปรแกรม PowerPoint ตรวจดูองค์ประกอบทั้งหมดของงานนำเสนอ จากนั้นดูตัวอย่างการนำเสนอภาพนิ่ง
  2. ในมุมมองปกติ ที่แท็บ ภาพนิ่ง ให้เลือกภาพนิ่งที่สอง
  3. ที่เมนู แทรก ให้คลิก กล่องข้อความ จากนั้น คลิกที่บริเวณใดก็ได้บนภาพนิ่งที่สอง แล้วพิมพ์ Water Sports
  4. คลิกที่กล่องข้อความใหม่ที่มีคำว่า "Water Sports" จากนั้น ไปที่เมนู นำเสนอภาพนิ่ง คลิก การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง
  5. ในบานหน้าต่างงาน การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง คลิกที่ปุ่ม เพิ่มลักษณะพิเศษ และชี้เมาส์ไปที่ ทางเข้าจากนั้นคลิกที่ ลอยเข้า
  6. ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนที่ 2 ให้ดูตัวอย่างภาพเคลื่อนไหวโดยคลิกที่ปุ่ม เล่น ในบานหน้าต่างงาน การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง

 

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

                Microsoft PowerPoint , Microsoft  word และโปรแกรม Freelance Graphics 


10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่  อย่างไร

           เมื่อต้องการเปิดการกู้คืนอัตโนมัติ ดำเนินการดังต่อไปนี้:

  1. ในการเครื่องมือเมนู คลิกตัวเลือก.
  2. ในการตัวเลือกกล่องโต้ตอบ คลิกเพื่อเลือกนั้นบันทึกข้อมูลการกู้คืนอัตโนมัติทุก ๆกล่องกาเครื่องหมายที่อยู่ในนั้นบันทึกแท็บ กำหนดช่วงเวลาเป็นจำนวนนาที ที่คุณต้อง แล้ว คลิกตกลง.

11.เครื่องพิมพ์หรือฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint  หรือไม่ อย่างไร

             ฮาร์ดแวร์สูงสิ้นสุด Perspector สร้างไฟล์ PowerPoint มาตรฐานผลภาพพิเศษ

 

12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูป  ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีอย่างไร

  1. บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม ภาพประกอบ แล้วคลิก ภาพตัดปะ
  2. ใน บานหน้าต่างงานภาพตัดปะ ในกล่องข้อความ ค้นหา ให้พิมพ์คำหรือวลีที่อธิบายภาพตัดปะที่คุณต้องการ หรือพิมพ์ชื่อแฟ้มภาพตัดปะทั้งชื่อหรือบางส่วน
  3. เมื่อต้องการทำให้การค้นหาของคุณแคบลง ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างต่อไปนี้

             -   เมื่อต้องการจำกัดผลลัพธ์การค้นหาเฉพาะคอลเลกชันหนึ่งของภาพตัดปะ ในรายการ ค้นหา ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมายถัดจากคอลเลกชัน ที่ต้องการค้นหา

             -   เมื่อต้องการจำกัดผลลัพธ์การค้นหาของภาพตัดปะ ในรายการ ผลลัพธ์ควรเป็น ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ภาพตัดปะ นอกจากนี้ คุณสามารถเลือกกล่องกาเครื่องหมายถัดจาก รูปถ่าย, ภาพยนตร์ และ เสียง เพื่อค้นหาชนิดของสื่อเหล่านี้

      4.คลิก ไป

       5.ในรายการผลลัพธ์ ให้คลิกภาพตัดปะเพื่อแทรก

 

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ  แผนผัง  และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

           ทำให้เข้าใจข้อมูลที่ต้องการนำมาเสนอได้ง่ายยิ่งขึ้น ไดเข้อมูลที่หลากหลาย

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

          ฮาร์ดแวร์ คือ เครื่องฉายโปรเจคเตอร์

          ซอร์ฟแวร์ คือ Microsoft Excel

 

15.ยก ตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัว อักษร  รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

            โทรศัพท์  โทรทัศน์  วิทยุและยังมีสิ่งอยากอีกมากมาย

edit @ 17 Aug 2011 01:03:55 by gift ^^

ข้อมูลเบื้องต้นMoney mouth


                ไพธอน (Python) เป็นภาษาโปรแกรมในลักษณะภาษาอินเตอร์พรีเตอร์โปรแกรมมิ่ง (Interpreted programming language) ผู้คิดค้นคือ Guido van Rossum ในปี 1990 ซึ่งไพธอนเป็น การจัดการชนิดของตัวแปรแบบแปรผันตามข้อมูลที่บรรจุอยู่ (Fully dynamically typed) และใช้การจัดการหน่วยความจำเป็นอัตโนมัติ (Automatic memory management) โดยได้เป็นการพัฒนาและผสมผสานของภาษาอื่น ๆ ได้แก่ ABC, Modula-3, Icon, ANSI C, Perl, Lisp, Smalltalk และ Tcl และภาษาไพธอนยังเป็นแนวคิดที่ทำให้เกิดภาษาใหม่ ๆ ซึ่งได้แก่ Ruby และ Boo เป็นต้น



ประวัติ


            Python 1.0


               ไพธอนสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1990 โดย Guido van Rossum ที่ CWI (National Research Institute for Mathematics and Computer Science) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยได้นำความสำเร็จของภาษาโปรแกรมมิ่งที่ชื่อ ABC มาปรับใช้กับ Modula-3, Icon, C, Perl, Lisp, Smalltalk และ Tcl โดย Duido van Rossim ถือว่าเป็นผู้ริเริ่มและคิดค้น แต่เค้าก็ยังคิดว่าผลงานอย่างไพธอนนั้น เป็นผลงานความรู้ที่ทำขึ้นเพื่อความสนุกสนานโดยได้อ้างอิงงานชิ้นนี้ของเขา ว่าเป็น Benevolent Dictator for Life (BDFL) ซึ่งผลงานที่ถูกเรียกว่าเกิดจากความสนุกสนานเหล่านี้นั้นมักถูกเรียกว่า BDFL เพราะมักเกิดจากความไม่ตั้งใจ และความอยากที่จะทำอะไรที่เป็นอิสระนั้นเอง ซึ่งคนที่ถูกกล่าวถึงว่าทำในลักษณะแบบนี้ก็ได้แก่ Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux kernel, Larry Wall ผู้สร้าง Perl programming language และคนอื่น ๆ อีกมากมาย

              โดยที่ในไพธอน 1.2 นั้นได้ถูกปล่อยออกมาในปี 1995 โดย Guido ได้กลับมาพัฒนาไพธอนต่อที่ Corporation for National Research Initiatives (CNRI) ที่ เรสตัน, มลรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่ในขณะเดียวกันก็ได้ปล่อยรุ่นใหม่ ในหมายเลขรุ่น 1.6 ออกมาโดยอยู่ที่ CNRI เช่นกัน

               ซึ่งหลังจากปล่อยรุ่น 1.6 ออกมาแล้ว Guido van Rossum ก็ได้ออกจาก CNRI  เพื่อทำงานให้การทำธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์แบบเต็มตัว โดยก่อนที่จะเริ่มทำงานธุรกิจ เขาก็ได้ทำให้ไพธอนนั้นอยู่บนสัญญาลิขสิทธิ์แบบ General Public License (GPL) โดยที่ CNRI และ Free Software Foundation (FSF) ได้รวมกันเปิดเผยรหัสโปรแกรมทั้งหมด เพื่อให้ไพธอนนั้นได้ชื่อว่าเป็นซอฟต์แวร์เสรี และเพื่อให้ตรงตามข้อกำหนดของ GPL-compatible ด้วย (แต่ยังคงไม่สมบูรณ์เพราะการพัฒนาในรุ่น 1.6 นั้นออกมาก่อนที่จะใช้สัญญาลิขสิทธิ์แบบ GPL ทำให้ยังมีบางส่วนที่ยังเปิดเผยไม่ได้)

               และในปีเดียวกันนั้นเอง Guido van Russom ก็ได้รับรางวัลจาก FSF ในชื่อว่า "Advancement of Free Software"

                   โดยในปีนั้นเองไพธอน 1.6.1 ก็ได้ออกมาเพื่อแก้ปัญหาข้อผิดพลาดของตัวซอฟต์แวร์และให้เป็นไปตามข้อกำหนด ของ GPL-compatible license อย่างสมบูรณ์


              Python 2.0


                  ในปี 2000 Guido และ Python Core Development team ได้ย้ายการทำงานไป BeOpen.com โดยที่พวกเขาได้ย้ายจาก BeOpen PythonLabs team โดยในไพธอนรุ่นที่ 2.0 นั้นได้ถูกนำออกเผยแพร่ต่อบุคคลทั่วไปจากเว็บไซต์ BeOpen.com และหลังจากที่ไพธอนออกรุ่นที่ 2.0 ที่ BeOpen.com แล้ว Guido และนักพัฒนาคนอื่น ๆ ในทีม PythonLabs ก็ได้เข้ารวมกับทีมงาน Digital Creations

                ไพธอนรุ่น 2.1 ได้สืบทอนการทำงานและพัฒนามาจาก 1.6.1 มากกว่าไพธอนรุ่น 2.0 และได้ทำการเปลี่ยนชื่อสัญญาลิขสิทธิ์ใหม่เป็น Python Software Foundation License โดยที่ในไพธอนรุ่น 2.1 alpha นั้นก็ได้เริ่มชื่อสัญญาสิขสิทธิ์นี้และผู้เป็นเจ้าของคือ Python Software Foundation (PSF) โดยที่เป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรเช่นเดียวกับ Apache Software Foundation


 

        อนาคต


               ผู้พัฒนาไพธอนมีการประชุมและถกเถียงกันในเรื่องของความสามารถใหม่ ๆ ในไพธอนรุ่นที่ 3.0 โดยมีชื่อโครงการว่า Python 3000 (Py3K) โดยที่จะหยุดการสนับสนุนโค้ดโปรแกรมจากรุ่น 2.x โดยที่ทำแบบนี้เพื่อทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการทำงานของภาษาให้ดียิ่งขึ้น ตามคำแนะนำที่ว่า "reduce feature duplication by removing old ways of doing things" (ลดทอนคุณสมบัติที่ซ้ำซ้อนด้วยการยกเลิกเส้นทางที่เดินผ่านมาแล้ว) โดยในตอนนนี้ยังไม่มีตารางงานของไพธอน รุ่น 3.0 แต่อย่างใด แต่ Python Enhancement Proposal (PEP) ได้มีการวางแผนไว้แล้ว โดยได้วางแผนไว้ดังนี้

  • ทำการเพื่อส่วนสนับสนุนชนิดตัวแปรให้มากขึ้น
  • สนับสนุนการทำงานของชนิดตัวแปรแบบ unicode/str และ separate mutable bytes type
  • ยกเลิกการสนับสนุนคุณสมบัติของ classic class, classic division, string exceptions และ implicit relative imports
  • ฯลฯ

 

 

 

         หลักปรัชญาของภาษาไพธอน


                ไพธอนเป็นภาษาที่สามารถสร้างงานได้หลากหลายกระบวนทัศน์ (Multi-paradigm language) โดยจะมองอะไรที่มากกว่าการ coding เพื่อนำมาใช้งานตามรูปแบบเดิม ๆ แต่จะเป็นการนำเอาหลักการของกระบวนทัศน์ (Paradigm) แบบ Object-oriented programming, Structured programming, Functional programming และ Aspect-oriented programming นำเอามาใช้ทั้งแบบเดียว ๆ และนำมาใช้ร่วมกัน ซึ่งไพธอนนั้นเป็น ภาษาที่มีการตรวจสอบชนิดตัวแปรแบบยืดหยุ่น (dynamically type-checked) และใช้ Garbage collection ในการจัดการหน่วยความจำ

 

 


          ข้อเด่นของภาษาไพธอน


  • ง่ายต่อการเรียนรู้ โดยภาษาไพธอนมีโครงสร้างของภาษาไม่ซับซ้อนเข้าใจง่าย ซึ่งโครงสร้างภาษาไพธอนจะคล้ายกับภาษาซีมาก เพราะภาษาไพธอน สร้างขึ้นมาโดยใช้ภาษาซี ทำให้ผู้ที่คุ้นเคยภาษาซี อยู่แล้วใช้งานภาษาไพธอนได้ไม่ยาก นอกจากนี้โดยตัวภาษาเองมีความยืดหยุ่นสูงทำให้การจัดการกับงานด้านข้อความ และ Text File ได้เป็นอย่างดี
  • ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตัวแปรภาษาไพธอนอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ Python Software Foundation License (PSFL) ซึ่งเป็นของ Python Software Foundation (PSF) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ ลิขสิทธิ์แม่แบบอย่าง General Public License (GPL) ของ Free Software Foundation (FSF)
  • ใช้ได้หลายแพลตฟอร์ม ในช่วงแรกภาษาไพธอนถูกออกแบบใช้งานกับระบบ Unix อยู่ก็จริง แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาตัวแปลภาษาไพธอน ให้สามารถใช้กับระบบปฏิบัติการอื่นๆ อาทิเช่น Linux Platform, Windows Platform, OS/2, Amiga, Mac OS X และรวมไปถึงระบบปฎิบัติการที.NET Framework, Java virtual machine ทำงานได้ ซึ่งใน Nokia Series 60 ก็สามารถทำงานได้เช่นกัน
  • ภาษาไพธอนถูกสร้างขึ้นโดยได้รวบรวมเอาส่วนดีของภาษาต่างๆ เข้ามาไว้ด้วยกัน อาทิเช่น ภาษา ABC, Modula-3, Icon, ANSI C, Perl, Lisp, Smalltalk และ Tcl
  • ไพธอนสามารถรวมการพัฒนาของระบบเข้ากับ COM, .NETและ CORBA objects
  • สำหรับ Java libraries แล้วสามารถใช้ Jython เพื่อทำการพัฒนาซอฟต์แวร์จากภาษาไพธอนสำหรับ Java Virtual Machine
  • สำหรับ .NET Platform แล้ว สามารถใช้ IronPython ซึ่งเป็นการพัฒนาของ Microsoft เพื่อจะทำให้ไพธอนนั้นสามารถทำงานได้บน .Net Framework ซึ่งใช้ชื่อว่า Python for .NET
  • ไพธอนนั้นสนับสนุน Internet Communications Engine (ICE) และการรวมกันของเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกมากมายในอนาคต
  • บางครั้งนักพัฒนาอาจจะพบว่าไพธอนไม่สามารถทำงานบางอย่างได้ แต่นักพัฒนาต้องการให้มันทำงานได้ ก็สามารถพัฒนาเพิ่มได้ในรูปแบบของ extension modules ซึ่งอยู่ในรูปแบบของโค้ด C หรือ C++ หรือใช้ SWIG หรือ Broost.Python
  • ภาษาไพธอนเป็นสามารถพัฒนาเป็นภาษาประเภท Server side Script คือการทำงานของภาษาไพธอนจะทำงานด้านฝั่ง Server แล้วส่งผลลัพธ์กลับมายัง Client ทำให้มีความปลอดภัยสูง และยังใช้ภาษาไพธอนนำมาพัฒนาเว็บเซอร์วิสได้อีกด้วย
  • ใช้พัฒนาระบบบริหารการสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปที่เรียกว่า Content Management Systems (CMS) ซึ่ง CMS ที่มีชื่อเสียงมาก และเบื้องหลังทำงานด้วยไพธอนคือ Plone http://www.plone.org/

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/206/

edit @ 7 Jul 2011 23:39:08 by gift ^^